การเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจการเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจ

เมื่อคุณเป็นวัยรุ่นที่กำลังเรียนมัธยม6จบ แล้วกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย สิ่งที่แรกที่ควรจะทำก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการเข้าสังคมรวมถึงหาเพื่อนใหม่ให้ได้

ซึ่งเรื่องนี้บางครั้งก็อาจจะดูง่ายแต่มันก็ไม่ได้ง่านสำหรับทุกคน เนื่องจากสำหรับบางคนเรื่องนี้มันเกิดเหตุที่ยากมากเกินกว่าจะเตรียมพร้อมได้ ดังต่อไปนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นเป็นคนที่ประทับใจเข้าสังคมมากมายสักแค่ไหน โดยเฉพาะแม้คุณเองเป็นคนขี้อายและไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง

แล้วถ้าคิดว่าไม่เป็นไรเราไม่ต้องเข้าสังคมและไม่จะต้องมีเพื่อนพ้องก็ได้ หยุด!! หยุดคิดอย่างนั้นไปได้เลย ด้วยเหตุว่าการเข้าชั้นเรียนมหาวิทยาลัยนั้นเพื่อนพ้องเป็นเรื่องจำเป็นมากไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับเพื่อการเอาชีวิตรอดในมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าพวกเขาอาจเป็นความช่วยเหลือที่คุณต้องการเพื่อก้าวผ่านผ่านการศึกษาเล่าเรียนหรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆในมหาวิทยาลัยไปได้

เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับคนขี้อ้ายก็อย่างพึ่งท้อ ที่จะฝึกฝนตัวเองเพื่อการเคลื่อนที่ตัวเอง เพื่อเข้าสังคมในมหาวิทยาลัยต่อไป แล้วมาดูกันครับว่าคุณคงจะทำเช่นไรเพื่อไปพบคนรอบข้างคุณ

อย่ามานะพยายามที่จะเป็นคนอื่นหรือการฝ่าฝืนตัวเอง

หมายความว่า คุณจำเป็นต้องเลือกเป็นตัวเองให้มากที่สุด สบายๆถ้าเกิดคุณปรารถนาทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องของคุณ ถึงแม้คุณไม่ต้องเพียรพยายามที่จะเป็นคนที่เข้าหาเขาแบบเฟคบุคลิกขึ้นมา ให้เป็นตัวเอง ถามคำถามธรรมดา อย่างเช่น ชื่อไรหรอ พักไหน แล้วต่อด้วยการเสนอแนะชื่อเราด้วยเหมือนกัน เพียงนี้ก็ถึงว่าพอแล้วสำหรับก้าวแรกในการเข้าสังคม

แสดงความชอบใจมากยิ่งขึ้น

กล่าวได้เลยขอรับว่าใครๆก็จำเป็นต้องถูกอกถูกใจ ที่จะเป็นที่น่าพออกพอใจของเหล่าเพื่อนๆคุณก็ไม่ต้องทำอะไรล้นหลามก็แค่คิดเรื่องที่จะกล่าวกับเขาได้ รวมทั้งคุยกับเขาบ่อยๆเพื่อมีความเห็นว่าคุณพยายามที่จะไปพบเขาจริงๆ

ระวังในการใช้คำกล่าว

การใช้คำบอกเล่าก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดที่จะทำให้ได้เลยว่าเขาชอบใจหรือเปล่าถูกใจคุณ เราก็ควรจะเลือกใช้คำกล่าวดีๆและใช้คำพูดที่ดูเป็นมิตรสูงที่สุด

คนโดยส่วนใหญ่นั้นถูกอกถูกใจกีฬา

รวมถึงกรรมวิธีการเข้าหาเพื่อผู้ชายได้โดยง่ายเลยก็คือ เรื่อง กีฬา เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการทักออกไปก่อน ว่า เฮ้เพื่อนเกลอ เมื่อเป็นบอลสุขดีนะ แต่ควรต้องดูด้วยนะครับ ว่ากรุ๊ปที่เขาชื่นชอบนั้นคนละทีมกับเราหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นอาจมีเคืองได้

อย่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัว

จึงควรพยายามที่จะเป็นคนที่ใจมีเมตตากรุณาเข้าไว้ เนื่องมาจากการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลคนนั้นย่อมเป็นมิตรภาพเจริญรุ่งเรืองมากกว่าการที่เราเป็นคนที่ตระหนี่อย่างแน่นอน

ถ้าหากผู้ใดกันแน่ปฏิบัติได้อย่างที่ได้กล่าวผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ได้ ผมแน่ใจได้เลยว่าจำเป็นต้องได้มิตรภาพแล้วหลังจากนั้นก็เพื่อนพ้องที่ดีได้อย่างแน่นอนครับผม